การบริหารการศึกษา


Re-engineering การปรับรื้อระบบ
ตุลาคม 15, 2006, 5:14 pm
Filed under: Uncategorized

รายงานการใช้เครื่องมือการบริหาร 

เรื่อง Re-engineering 

เสนอ 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพโรจน์  อุลิต 

โดย 

นางสาวสงบ  คงทนไพศาล

 

นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาการบริหารการศึกษา

 รหัส 74977054 

 

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา

 

วิชาหลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา

 

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2549

 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา 

 

 

คำนำ 

            Re-engineering     เป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือวิธีการทำงานที่เน้นการเปลี่ยนแปลงการทำงานแบบหน้ามือเป็นหลังมือ คือเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด แต่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้ามเสมอไป เพราะการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีคณะทำงาน เพื่อศึกษาและหาวิธีการทำงานใหม่ ที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน            รายงานฉบับนี้  ได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการศึกษาวิชาหลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษาซึ่งนำรูปแบบวิธีการ  Re-engineering  มาใช้ในกระบวนการและเทคนิคการบริหารหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหารและผู้ที่สนใจ เพื่อนำไปปรับใช้ในองค์กรต่อไป ไม่มากก็น้อย 

 

                                                                                                นางสาวสงบ  คงทนไพศาล 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ 

คำนำ                                                                                                                       หน้า                                                                                                                        การปรับรื้อระบบ:มิติใหม่ผู้บริหาร                                                                          1ความหมายและหลักการพื้นฐานการรื้อปรับระบบ                                                    2การบริหารการศึกษาของการรื้อปรับระบบ                                                               3         พลัง 3 C ที่ทำให้เกิดการรีเอนจิเนียริ่ง                                                                    4องค์การแบบใดควรรื้อปรับระบบ                                                                            4สาเหตุของการรื้อปรับระบบ                                                                                  5กระบวนการรื้อปรับระบบ                                                                                      5วิธีการรื้อปรับระบบ  มีขั้นตอนพอสังเขป                                                                 8การรื้อปรับระบบกับการบริหารดั้งเดิม                                                                     8ใครบ้างที่จะทำการรื้อปรับระบบ                                                                            9หลักการปรับรื้อระบบ                                                                                           9ความสำเร็จและความล้มเหลวของการรื้อปรับระบบ                                                  10การรื้อปรับระบบของผู้บริหาร                                                                                 10                   บทสรุป                                                                                                              11 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                                1การรื้อปรับระบบ (Reengineering) 

การรื้อปรับระบบ:มิติใหม่ผู้บริหาร                                                 ถ้าหากจะกล่าวว่าการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning)  คือ แนวคิดทาง               การบริหาร ในทศวรรษที่ 1970  และการจัดการคุณภาพ (Quality Management)  คือ แนวคิดทางการบริหารใน ทศวรรษที่ 1990 คือ เรื่อง การออกแบบกระบวนงานใหม่ (Process Redesign) รีเอนจิเนียริ่ง (Re-engineering)  ภายหลังจากที่ Michael Hammer  ได้เขียนบทความเรื่องดังกล่าวใน Harvad Business Review  ในปี ค.ศ.1990 และร่วมกับ James Champy เขียนหนังสือเรื่อง Re-engineering the Corporation : a Manifesto for Revolution ในปี 1993 ซึ่งตีพิมพ์และจำหน่ายไปกว่า 300,000 เล่ม และติดอันดับหนังสือขายดีของ New York Time นานถึง   8 สัปดาห์  ดังนั้นจึงใคร่ขอเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับรีเอนจิเนียริ่งพอสังเขป เพื่อให้ผู้บริหารที่สนใจนำไปประยุกต์ในการพัฒนาองค์การต่อไป                        ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ (Peter F. Drucker)  ปรมาจารย์แห่งการบริหารกล่าวว่า  รีเอนจิเนียริ่ง  จะมีบทบาทสำคัญมากในการสร้างความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 เป็นแนวความคิด และหลักการใหม่ในการจัดโครงสร้าง และบริหารงานอย่างเป็นระบบขององค์กร                        จากที่ผ่าน ๆ มา ประเทศไทยนำเทคนิคหลาย ๆ อย่างมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหาร และการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น                        -   ระบบควบคุมคุณภาพ Q.C.C (Quality Circle Control)                                    วางแผน (Plan)                                    ทำตามแผน (Do)                                    ตรวจสอบผล (Check)                                    จัดทำมาตรฐาน (Action)-          JIT (Just in time) เป็นกระบวนการควบคุมการปฏิบัติให้ทันเวลาอย่างพอดี ในระบบขนส่ง-          ระบบ 5 ส  เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานหรือระบบการควบคุมคน    5 ประการ ได้แก่1.      สะสาง  (Seiri)2.      สะดวก (Seiton3.      สะอาด  (Seiso)4.      สุขลักษณะ  (Seiketsu)5.      สร้างนิสัย    (Shitsuke)                    -          กิจกรรมเสนอแนะ-          การบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management)-          ความเป็นเลิศที่ยาวนาน  ( CQRS for the – long-term excellence)ลูกค้า (Customer)คุณภาพ (Quality)ความสัมพันธ์  (Relations)บริการ  (Services)                         -     ไคเซน  (Kaizen)    การพัฒนาและปรับปรุงในทุก ๆ ด้าน ทั้งวิถีทางของชีวิต                                 ส่วนตัว   การทำงาน สังคม และครอบครัว เพื่อประยุกต์เข้ากับสถานที่ทำงาน และ                                รักษา  มาตรฐานให้คงที่อย่างต่อเนื่อง                        -      ISO – 9000    คือ มาตรฐานสากลสำหรับการปรับคุณภาพ ซึ่งกำหนดโดยองค์กร                               ระหว่างประเทศว่าด้วยการกำหนดมาตรฐาน (International Organization for                               Standardization) 

ความหมายของ รีเอ็นจิเนียริ่ง  (Reengineering)  หรือ การรื้อปรับระบบ                        โปรเฟสเซอร์ ไมเคิล  แฮมเมอร์ ได้ ให้ความหมายของคำว่า รีเอ็นจิเนียริ่ง ไว้ในหนังสือรีเอ็นจิเนียริ่ง เดอะคอร์เปอเรชั่น ไว้ว่าคือ การกลับมาคิดและปรับปรุงกระบวนการทำธุรกิจอย่างฉีกแนว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ในประเด็นสมรรถภาพที่สำคัญคือ ต้นทุน คุณภาพ และความรวดเร็วในการสนองความต้องการของลูกค้า  จากคำนิยามนี้ บัณฑูร  ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ผู้มีประสบการณ์ในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง และประสบการณ์ความสำเร็จมาแล้ว  มีคำศัพท์ที่สำคัญอยู่ 3 คำด้วยกัน คือ                        1. กระบวนการทำธุรกิจ หมายถึง งานต่อเนื่องต่าง ๆ ที่รวมกันแล้วทำให้เกิดประโยชน์ต่อลูกค้าในทางตรงและทางอ้อมกระบวนการมักเป็นสิ่งที่ดีขึ้นจากหลาย ๆ หน่วยงานในโครงสร้างขององค์กร เพื่อรวบรวมข้อมูล วัตถุดิบ แรงงาน และปัจจัยอื่น ๆ เข้าไปเพื่อสร้างผลผลิตที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า                        2. อย่างฉีกแนว การทำรีเอ็นจิเนียริ่ง  กระบวนการจะถูกจัดใหม่อย่างฉีกแนว  ผู้ทำต้องกล้าพอที่จะลืมของเก่าให้หมด โดยถือเสมือนเริ่มต้นจากศูนย์ ลืมสิ่งที่เคยทำหรืออนาคตว่าวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการแต่ละเรื่องคืออะไร                        3. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ การทำรีเอ็นจิเนียริ่ง   เป็นการคาดถึงผลสำเร็จว่าจะเกิดขึ้น 10 20 เท่า ไม่ใช่เพียง 10% – 20%  

 

                        การรื้อปรับระบบ (Re-Engineering)  หมายถึง การพิจารณาหลักการพื้นฐานของธุรกิจและการคิดหลักการขึ้นใหม่ชนิดถอนรากถอนโคน  ปรับกระบวนการธุรกิจใหม่เพื่อบรรลุถึงผลลัพธ์ คือเป้าหมายขององค์การ โดยใช้ตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน 4 ด้าน คือ ต้นทุน คุณภาพ การบริการ และความสำเร็จ (รุ่ง  แก้วแดง. 2538 : 146 150)  อ้างจาก Champy. 1995  นอกจากนี้ยังมีเพิ่มเติมจากความหมายที่สำคัญดังนี้                        1. หลักการขั้นพื้นฐาน :  ทบทวนสิ่งที่เราทำอยู่ใหม่ทั้งหมด และต้องถือเป็นงานหลัก คือ อย่าไปยึดติดกับของเดิม                        2. การเปลี่ยนแปลงที่ถอนรากถอนโคน : ไม่ติดยึดกับของเดิม คือ  ออกแบบใหม่ทั้งหมด แล้วลองทำตามแบบใหม่                        3. การเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่ยิ่งใหญ่ :  ปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ  ไม่ถึงร้อยละ 10                       ถือว่าไม่รื้อระบบ                        4. เน้นกระบวนการ  :   ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการรื้อปรับระบบจากเดิมงานจะต้องเดินผ่านไปยังจุดต่าง ๆ โดยใช้คนหลายคนเปลี่ยนเป็นให้งานหยุดกับที่ ทำโดยคนเดียว แต่มีข้อมูลมาประกอบการดำเนินงาน  รุ่ง  แก้วแดง  ยังได้เสนอเพิ่มเติมจากที่ได้ศึกษาแนวคิดของแฮมเมอร์และแชมปี้ว่า จำเป็นต้องเพิ่มหลักการเข้าไปอีก 4 ประการ ได้แก่                        1. ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  :   โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ปฏิรูปกระบวนการทำงาน                        2. นำตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานมาใช้  :  โดยนำมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการรื้อปรับระบบ                        3. สายการบังคับบัญชาสั้นลง :  จัดรูปแบบองค์กรในแนวราบ                        4. การให้ความเชื่อถือ และให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ  :  เรื่องนี้จำเป็นต้องปฏิรูปอย่างมาก 

การบริหารการศึกษาของการรื้อปรับระบบ                                     ทางการบริหารการศึกษานั้น การรื้อปรับระบบจึงน่าจะหมายถึง  ความหมายที่จะปรับกระบวนการบริหาร โดยพิจารณาหลักการพื้นฐานของการบริหารการศึกษาเดิมที่เคยปฏิบัติแล้วคิดหลักการขึ้นใหม่ชนิดถอนรากถอนโคน เพื่อให้กระบวนการบริหารการศึกษาที่คิดขึ้นสามารถดำเนินการให้บรรลุถึงผลลัพธ์หรือเป้าหมายขององค์การ โดยใช้ตัวชี้วัดในการปฏิบัติงาน 4 ด้าน คือ 

                                                                                                                       

 

1.      ด้านการลงทุน2.      ด้านคุณภาพทางการศึกษา3.      ด้านการให้บริการ  และ4.      ด้านความสำเร็จ 

พลัง 3  C  ที่ทำให้เกิดการรื้อปรับระบบ1.      ลูกค้า (Customer)-  ลูกค้าเป็นผู้ชี้ขาดในการเลือกซื้อสินค้า-  ลูกค้าถูกเสมอ-   ลูกค้า คือ พระราชา-   ลูกค้า คือ คนจ่ายเงินเพื่อความอยู่รอดของเรา                        2.   การแข่งขัน (Compertion)                                - ราคาต่ำที่สุด                                - คุณภาพี่สูงสุด                                - การบริการที่ดีที่สุดเพื่อจะเป็นผู้นำในการแข่งขัน                                - ดุเดือด รุนแรง                                - ทุกรูปแบบ                        3.    งานเปลี่ยนแปลง (Change)                                - ใช้เทคโนโลยีหนุนเสริมให้เกิดนวัตกรรม                                - พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) 

องค์การแบบใดควรรื้อปรับระบบ                                   การรื้อปรับระบบ  หรือยกเครื่ององค์การนั้นในประเด็นแรกเราควรมาเริ่มต้นที่การยอมรับว่า ต่อแต่นี้ไปเราจะทำการรื้อปรับระบบการทำงานในหน่วยงานใหม่ คือ ให้ยอมรับการรื้อปรับระบบเสียก่อนแล้วเริ่มต้นทันที และองค์การทุกองค์การสามารถรื้อปรับได้หมด ไม่จำเป็นว่าจะต้ององค์การที่มีปัญหาเพียงอย่างเดียว หากแต่เราสามารถรื้อปรับระบบองค์การได้ตั้งแต่1.      องค์การที่ประสบปัญหาวิกฤต  องค์การเช่นนี้สามารถดำเนินการรื้อปรับระบบได้ง่ายเนื่องจากว่าเป็นองค์การที่หมดสภาพ เหมือนคนไข้กำลังจะตายจำเป็นต้องเยียวยา ซึ่งไม่อาจปฏิเสธอะไรได้ และไม่มีปัญหาการต่อต้านภายในองค์การ 

                        2. องค์การที่ปกติ  หลายคนมองว่าองค์การที่กำลังดำเนินอยู่อย่างปกติก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำการรื้อปรับระบบให้เสียเวลา นี่ก็เป็นความเข้าใจผิดเพราะการปรับกระบวนการภายใน ในยามปกตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นเหมือกับทหาร เมื่อยามเสร็จสงครามจะต้องฝึกและเตรียมพร้อม การปรับกลยุทธ์ภายในโดยเฉพาะการปรับกระบวนการทำงานเป็นสิ่งที่ไม่เสียหาย แต่การรื้อปรับระบบในสภาวะแบบนี้จะมีแรงต่อต้านภายในองค์การค่อนข้างรุนแรง ผู้บริหารต้องใช้ภาวะผู้นำ                        3. องค์การที่ต้องการปรับรื้อ  องค์การเช่นนี้ไม่ใช่องค์การที่เป็นไข้หรือองค์การปกติแต่เป็นความต้องการของผู้บริหารกับผู้ปฏิบัติที่เห็นว่า การทำงานแบบเดิมนั้นไม่ส่งผลอะไรที่ทำให้ชนะคู่แข่ง เช่น การประกวด หรือการแข่งขัน กำไร ซึ่งเมื่อบุคคลในองค์การเห็นพร้อมในวิธีการนี้ก็สามารถที่จะดำเนินการได้      

สาเหตุของการรื้อปรับระบบ                        การรื้อปรับระบบเป็นคำที่ผู้บริหารบางกลุ่มจะเกิดความรู้สึกที่รุนแรงและคิดว่าจะเกิดผลกระทบติดตามมามากมาย จึงมีผลทำให้ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุง หน่วยงาน โดยวิธีการรื้อปรับระบบ การจะตัดสินใจว่าจะต้องรื้อปรับระบบหรือไม่ อย่างไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้บริการหรือผู้เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามมีเหตุผลหลายประการที่ควรจะนำมาพัฒนาได้แก่                        1. เสียงสะท้อนของผู้รับบริการเป็นอย่างไรเราคงต้องรับฟัง (ลูกค้าหรือผู้บริโภคคือพระราชา)                        2. สภาพปัจจุบันองค์กรแต่ละแห่งมีคู่แข่งขันมาก คู่แข่งก็คงจะมีกลยุทธ์ที่ดีกว่าและใหม่กว่านำออกมาใช้ (คู่แข่งขันเพิ่มขึ้น)                        3. เนื่องจากว่าไม่มีอะไรที่จะดีตลอดไป รสนิยมผู้บริโภค เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจำเป็นที่จะต้องทำให้องค์กรต่าง ๆ มีการรื้อปรับระบบให้ดีอยู่เสมอ 

กระบวนการในการรื้อปรับระบบ                        กระบวนการในการรื้อปรับระบบ  เป็นกลยุทธ์วิธีของการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ โดยการนำจิตวิทยาสังคมผสมกับหลักมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relation)  ในสาขา รัฐประศาสนศาสตร์ ด้วยการสร้าง อุตมภาพสูงสุดในระบบทั้งหมด มาใช้ในระบบงานโดยจุดเริ่มต้นจาก                        1. การเริ่มคิด มองที่ความว่างเปล่า (Zero-Base) หรือเริ่มต้นที่จุดใหม่ สลัดความคิดเก่าออกไป 

 

 

                                                                                                                                               

                        2. มองหาความพึงพอใจของลูกค้า (ครู นักเรียน-ผู้ปกครอง-ในฐานะผู้บริหารโรงเรียน) และแสวงหาวิธีสร้างความพึงพอใจให้แก่เขา โดยการคิดหาวิธีทำงานใหม่กับการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพ (Customer Satisfaction) จนกระทั่งถึงจุดพอใจสูงสุดของลูกค้า (Total optimization)

                        นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการรื้อปรับระบบ เช่น จุฑา  เทียนไทย ได้นำเสนอแนวคิดว่า การรื้อปรับระบบหรือการยกเครื่องภาคปฏิบัติจะเริ่มต้นตามขั้นตอนดังนี้ (จุฑา  เทียนไทย.2535:31-36)                               1. ประชุมขุนพลหัวกะทิ

2.      ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด

3.      ให้ความรู้กับทุกฝ่าย

4.      พร้อมลุยและปรับเปลี่ยนรุ่ง  แก้วแดง ได้นำเสนอ กระบวนการรื้อปรับระบบของแฮมเมอร์  ปีทรอสโซ     และเสตปเปอร์ สรุปได้ดังนี้ (รุ่ง  แก้วแดง.2538:150-168)                        แฮมเมอร์ ได้เสนอกระบวนการรื้อปรับระบบออกเป็น 4 ขั้นตอนใหญ่ ดังนี้                        1. ขั้นระดมพลัง                                    1.1 สร้างรูปแบบของกระบวนการธุรกิจ                                    1.2 ตั้งผู้รับผิดชอบ เจ้าของคณะทำงานรื้อระบบ                                    1.3 กำหนดยุทธศาสตร์                                    1.4 กำหนดความสำคัญของกระบวนการ                        2. ขั้นการวิเคราะห์                                    2.1 กำหนดขอบเขตและทิศทาง                                    2.2 ศึกษาความต้องการของลูกค้า                                    2.3 ศึกษาขบวนการปัจจุบัน                                    2.4 หาจุดอ่อนของระบบปัจจุบัน                                    2.5 กำหนดเป้าหมายของระบบใหม่                        3. ขั้นตอนออกแบบใหม่                                    3.1 กำหนด Concept ของกระบวนการ                                    3.2 ออกแบบใหม่ทั้งหมด                                    3.3 พัฒนารายละเอียดของระบบใหม่                                    3.4 สร้างแบบเพื่อทดสอบ                                    3.5 ทดสอบและดูผลทดสอบ

                                                                                                                                               

                        4. ขั้นนำไปใช้                                    4.1 ทดลองนำไปใช้โดยนำร่อง                                    4.2 เรียนรู้จากผลของโครงการนำร่อง                                    4.3 ปรับระบบธุรกิจ                                    4.4 พัฒนาระบบสนับสนุนพื้นฐาน                                    4.5 นำระบบใหม่ใช้ทั้งหมด                        สำหรับกระบวนการรื้อระบบของปีทรอสโซ และเสตปเปอร์ มีขั้นตอนดังนี้                        1. ขั้นค้นหาและระดมพล                                    1.1 ตั้งผู้นำในการรื้อระบบ                                    1.2 ตั้งคณะทำงานเพื่อการรื้อระบบ                                    1.3 การประเมินสภาพธุรกิจในปัจจุบัน                                    1.4 การกำหนดขอบเขตของโครงการที่จะรื้อระบบ : ประเมินวิเคราะห์ และออกแบบธุรกิจใหม่                        2. การแสวงหาและรวบรวม  :  ตั้งคณะทำงานศึกษาวิเคราะห์ปัญหา รวมทั้งแนวร่วมในการสำรวจปัญหา โดยเริ่มจาก                                    2.1 การศึกษาปัญหา                                    2.2 การทำความเข้าใจกับปัญหา                                    2.3 การทำความเข้าใจกับระบบข้อมูลสารสนเทศขององค์การ                        3. การออกแบบใหม่และสร้างธุรกิจใหม่ : Rethinking Redesign                                     3.1 การเตรียมการเพื่อการออกแบบใหม่                                    3.2 พัฒนาระบบข้อมูลใหม่                                    3.3 วิเคราะห์กระบวนการที่สร้างใหม่                                    3.4 หลักการสำคัญของระบบสารสนเทศใหม่                                    3.5 การวิเคราะห์ข้อมูลและโครงการรื้อระบบ                                    3.6 หลักการออกแบบใหม่                                    3.7 กระบวนการออกแบบใหม่เป็นขั้นเป็นตอน                        4. การจัดองค์กรใหม่ การฝึกอบรมใหม่ และอุปกรณ์ใหม่  :  Feorganize Retrain Retool 

 

 

                                                                                                                  

วิธีการรื้อปรับระบบ มีขั้นตอนพอสังเขป                        1.      แยกส่วนงานออกให้ชัดเจน หมายความว่า เราจะต้องแยกงานต่าง ๆ ว่างานไหนหน้าที่อย่างไร แล้วเอากลุ่มงานนั้นไปอยู่ในฝ่ายเดียวกัน ให้ชัดเจน                        2. ตั้งทีมวิเคราะห์กระบวนการทำงาน ของแต่ละส่วนงานนั้นให้ถูกต้อง ชัดเจนและ  ตรงประเด็น รวมทั้งหาสาเหตุของปัญหาให้ถูกต้อง หาทางเดินของสายงาน หารูปแบบหรือกระบวนการบริหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะการค้นหาสาเหตุและวิเคราะห์จุดวิกฤตของปัญหานั้น ทีมงานจะต้อง  วิเคราะห์ให้ถูกว่าอะไร คือ อาการ อะไรคือ โรค  ให้ออก จะได้แก้ไขปัญหาได้ถูกต้อง                        ในการวิเคราะห์กระบวนการนั้น ถ้าหากมีหลายทีมงานก็ควรจะแยกกันดำเนินการเป็นกลุ่ม ๆ  แบบกลุ่มใครกลุ่มมัน แต่ถ้าหากมีทีมเดียว ก็จะต้องเลือกทำทีละงานทีละประเด็น ๆ ไป อย่าจับปลาหลายมือ และอย่างคิดว่าตัวเอง คือ หนุมาน หรือซุปเปอร์แมน                        3. การประชุมทีมงาน  หัวหน้าทีมงานหรือผู้จัดการจะต้องจัดให้มีการประชุมโดยสม่ำเสมอ และสร้างบรรยากาศการประชุมให้เกิดการโต้เถียงในการที่จะแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการทำงาน ผู้นำจะต้องกระตุ้น และส่งเสริมให้เกิดสิ่งเหล่านี้อยู่ตอลดเวลา                        การประชุมในบางครั้งจะต้องเปลี่ยนไปเป็นการดูงานจริง การไปวิเคราะห์ระบบจริง เช่น เราจะวิเคราะห์งานธุรการชิ้นหนึ่งในหน่วยงานราชการเราก็อาจจะต้องลองไปเป็นคนเดินหนังสือดูเอง หรือจะวิเคราะห์งานโรงเรียนก็ลองไปดูโรงเรียน เป็นต้น                        4. ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ เมื่อทีมงานได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะมาเริ่มออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ซึ่งเป็นกระบวนการที่ได้รับการเห็นชอบจากคนในทีมงานแล้วการออกแบบ กระบวนการทำงานใหม่นี้บางครั้งจะต้องทดลองปฏิบัติจริงให้เห็นชัดเจนดูก่อนเพื่อที่จะไปอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงสาเหตุ และได้เรียนรู้วิธีการใหม่ ๆ ไปพร้อมกันด้วย                        5. นำเสนอผู้สร้างทีมงานหรือผู้สนับสนุน ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการรื้อปรับระบบ 

การรื้อปรับระบบกับการบริหารดั้งเดิม                        แนวคิดการบริหารเดิมที่ปฏิบัติกันอยู่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการรื้อปรับระบบที่ควรพิจารณา ดังนี้ (พิชัย  เสงี่ยมจิตต์.2542:141)                        1. การบริหารโดยการแบ่งงานกันทำ  :  ทำงานตามความถนัด และชำนาญเฉพาะด้านแนวคิดที่จะรื้อปรับระบบ พนักงานควรมีความชำนาญหลาย ๆ อย่างหรือไม่ 

 

                        2. ช่วงการบังคับบัญชา  :  อดีตการบังคับบัญชาเป็นแบบปิระมิด แนวคิดที่จะรื้อปรับระบบก็คือสายการบังคับบัญชาเป็นแนวราบ                        3. อำนาจและความรับผิดชอบ  :  เดิมเน้นในรูปแบบรวมศูนย์อำนาจ แนวคิดใหม่เน้นการกระจายอำนาจ เน้นย้ำให้พนักงานมีส่วนในการสร้างสรรค์ ตัดสินใจ และเข้าร่วมบริหารงาน                        4. ความเป็นเอกภาพในการบังคับบัญชา  :  เดิมพนักงานมีนายคนเดียว ปัจจุบันมีการกระจายอำนาจผู้บังคับบัญชาอาจมีหลายคน และบริหารแบบช่วยกันคิดช่วยกันทำ                        5. การรวมกลุ่มที่มีทักษะความรู้ความชำนาญด้านเดียวกันไว้เป็นภาคแผนก  : แนวคิดนี้ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทำอยู่ คือ  ต่างคนต่างทำ แต่แนวการรื้อปรับระบบการจัดเป็นภาคแผนก ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะการรื้อปรับระบบ ทุกภาคทุกแผนกคือหนึ่งเดียวที่จะต้องปรับปรุง                        6. การรื้อปรับระบบเดิม  :  แนวคิดในการรื้อปรับระบบก็คือคิดระบบใหม่มาแทนที่  

 

ใครบ้างที่จะทำการรื้อปรับระบบ                        การรื้อปรับระบบจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบุคคลเหล่านี้1.      ผู้นำ (Leader)  หมายถึง  ผู้นำที่เห็นความสำคัญ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  ซึ่งจะต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีความเอาจริงเอาจังและทุ่มเทสรรพกำลังให้กับ ความพยายามการรื้อปรับระบบ                        2. ผู้สร้างทีม (Process Owner) หมายถึง ผู้รับผิดชอบทีมสร้างระบบใหม่ เจ้าของกระบวนการสร้างทีม                        3. ทีมงานรื้อปรับระบบ (Re-engineering Team)  กลุ่มละ 5 10 คน ที่ได้รับมอบหมาย                        4. ผู้สนับสนุน (Re-engineering Czar) หมายถึง เจ้าของหรือผู้อำนวยการจะดูแลสนับสนุนการดำเนินงาน พร้อมกับประสานการดำเนินงานการรื้อปรับระบบทุกโครงการ 

หลักการรื้อปรับระบบ                        การรื้อปรับระบบนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลง กระบวนการทำงานใหม่ ไม่ใช่การจัดองค์การใหม่ ไม่ใช่การปรับโครงสร้าง ไม่ใช่การลดขนาดองค์การ เพราะนั่นเป็นการเติมเหล้าเก่าในขวดใหม่ หรือการใส่รองเท้าสลับข้างเท่านั้น และบางคนยังเข้าใจว่า ระบบราชการ เป็นเต่าล้านปีมีกฎระเบียบเป็นตัวฉุดลาก แต่ความเป็นจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะตัวระบบราชการไม่ใช่ตัวปัญหาจริงแล้วมันอยู่ที่กระบวนการทำงานเท่านั้น กล่าวคือ มันเป็นชุดกิจกรรมการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ ซึ่งจุดนี้เองที่เราถือว่ามัน คือหัวใจของการ Re-engineering

ความสำเร็จและความล้มเหลวของการรื้อปรับระบบ                        ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของการรื้อปรับระบบที่สำคัญมีดังนี้1.      ความตั้งใจจริงของผู้บริหาร หรือผู้นำองค์กร2.      ต้องแก้ให้ถูกใจ ตรงกับความต้องการของลูกค้า หรือผู้บริโภค3.      พนักงานหรือบุคลากรต้องร่วมใจ4.      กล้ายอมรับว่าองค์กรหรือธุรกิจของตนต้องการการเยียวยา5.      ขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน6.      ผู้เชี่ยวชาญที่จะช่วยในการวางแผน7.      ลักษณะเฉพาะของสังคมการทำงานของไทย7.1  ข้าแน่ ข้าเก่ง ข้าเกรงใจ ข้าทำงานคนเดียว7.2  นาย คือนาย เปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ยังเป็นนาย7.3  อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะอย่าง7.4  ย้ายงานบ่อยไม่ทำงานกับที่7.5  พื้นฐานของบุคลากรหรือพนักงานแตกต่างและหลายหลาย 

การรื้อปรับระบบของผู้บริหาร                        Reengineering  หรือการรื้อปรับระบบ คงไม่ใช่รื้อเฉพาะองค์การเท่านั้น ตัวผู้บริหารเองก็ควรได้รับการรื้อปรับระบบด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปสิ่งที่ถือว่าเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่ผู้บริหารควรนำมายกเครื่องหรือรื้อปรับระบบตนเองนั้น พอสรุปได้ดังนี้  (จุฑา  เทียนไทย.2538 : 97 – 108)1.      ทำการบ้านให้มาก2.      มีสายตากว้างไกล3.      อธิบายและถ่ายทอดได้4.      กล้าทำ กล้าได้ กล้าเสีย5.      ความคิดที่แตกแยก6.      อยากให้ดีขึ้นต้องเปลี่ยนแปลง7.      รู้รอบและนำไปใช้นอกจากนี้จำเป็นที่ต้อง  Reengineering  หรือรื้อปรับระบบจรรยาบรรณ หรือความประพฤติของผู้บริหาร (พิชัย  เสงี่ยมจิตต์.2542:146)1.      ผู้บริหารที่ดีต้องมีการส่งเสริมความรู้2.      ผู้บริหารต้องปฏิบัติตัวอย่างเสียสละ

3.      กระจายตำแหน่ง        

4.      ประสานสามัคคี5.      ไม่เอาดีแต่เพียงตัว6.      ไม่เมาเรื่องเงิน7.      ไม่ใหญ่เกินผู้บังคับบัญชา8.      ตั้งเมตตาไว้เป็นนิตย์9.      ใครทำผิดต้องเด็ดขาด10.  ไม่ประมาทมัวเมา11.  ประมาณตัวทุกเวลา 

สรุป 

                        การรื้อปรับระบบเป็นการพิจารณาหลักการพื้นฐานของธุรกิจและการคิดหลักการ      ขึ้นใหม่ชนิดถอนรากถอนโคน ปรับกระบวนการธุรกิจใหม่เพื่อบรรลุถึงผลลัพธ์ คือ เป้าหมายขององค์การ โดยใช้ตัวชี้วัดที่สำคัญได้แก่ ต้นทุน คุณภาพ บริการและความสำเร็จ ดังนั้น ทางการบริหารการศึกษานั้น การรื้อปรับระบบจึงหมายถึง ความพยายามที่จะปรับการบริหารขึ้นใหม่ชนิดถอนรากถอนโคน เพื่อให้กระบวนการบริหารการศึกษาที่คิดขึ้นใหม่ สามารถดำเนินการให้บรรลุถึงผลลัพธ์หรือเป้าหมายขององค์การ โดยใช้ตัวชี้วัดในการปฏิบัติงาน 4 ด้าน คือ ด้านการลงทุนทางการศึกษา ด้านคุณภาพทางการศึกษา ด้านการให้บริการ และด้านความสำเร็จ                        การรื้อปรับระบบต้องไม่ยึดกับของเดิม ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด การรื้อปรับระบบจะเน้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในกระบวนการของระบบ หรือวิธีการทำงาน จึงทำให้เน้นการชี้วัดการปฏิบัติงาน สายการบังคับบัญชาที่สั้นลง รวมทั้งการให้ความเชื่อถือในตัวบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่                        การรื้อปรับระบบสิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จก็คือ การรื้อปรับระบบตัวผู้บริหารเองให้มีวิสัยทัศน์และบุคลิกภาพที่เหมาะสมกับยุคโลกาภิวัฒน์ รวมถึงการพิจารณาถึงจุดเด่นของระบบที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพของผลผลิต สินค้าบริการ หรือคุณภาพขององค์กรโดยรวม ซึ่งในแวดวงทางการศึกษาก็สามารถนำแนวคิดนี้ไปใช้ได้ เช่น การรื้อปรับระบบผู้บริหารการศึกษา การรื้อปรับระบบให้สถาบันการศึกษาออกนอกระบบราชการ การรื้อปรับระบบหลักสูตรเก่าให้ทันสมัย และการรื้อปรับระบบการบริหารงานบุคคลโดยเน้นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่คุณภาพโดยภาพรวม องค์กรอยู่รอด เติบโต และนำไปสู่ความเป็นเลิศต่อไป 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม 

 

รุ่ง  แก้วแดง. รีเอ็นจิเนียริ่งระบบราชการไทย.กรุงเทพฯ : มติชน,2538จุฑา  เทียนไทย. รีเอ็นจิเนียริ่งกับสังคมไทย.กรุงเทพฯ : เดอะเนชั่น,2538ดนัย  เทียนพฒ. ปฏิบัติการจัดการธุรกิจ รีเอนจิเนียริ่งภาคปฏิบัติ ค.ศ.2000. กรุงเทพฯ:                           สำนักพิมพ์บุ๊คแบงก์,2540พิชัย  เสงี่ยมจิตต์.การบริหารสถาบันเพื่อความเป็นเลิศ.อุบลราชธานี: สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี,2542สุริยะ  วิริยะสวัสดิ์.เกร็ดการบริหาร จัดการงาน จัดการคน.กรุงเทพฯ : บุ๊คแบงก์,2540Champy, Jamne.Reengineering Management.
New York : Harper Collins Publishers,1995Naisbitt, John.Global Paradox.
New York ; William Morrow and Compapy , 1996                                                 

 

About these ads

1 ความเห็น so far
แสดงความคิดเห็น

ขอบคุรครับกับผู้ที่ให้ความรู้

ความเห็น โดย monariza




ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: